สุดอึ้ง! ที่ชาร์ตแบตอัจฉริยะ

ตื่นตา ตื่นใจ เตรียมพบกับอุปกรณ์ใหม่ที่จะมาสร้างความดีใจแก่ขาแชท ขาแชร์ ขาสมาร์โฟนตัวแม่!! 

   
                        ส่วนตัวก็คิดว่าทุกคนประสบปัญหานี้นะคะ ปัญหาที่ว่ามานี้ก็คือเรื่องแบตมือถือนั่นเอง หมดไว ชาร์ตไม่เข้า ต้องนั่งรอเวลา แต่ในอนาคตในอีก1-2ปีข้างหน้าจะมีแบชตอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ จากข่าวที่นักวิจัยของทางประเทศสิงคโปร์เผยว่าได้ทำวิจัยเกี่ยวกับแบตมือถือที่มีความสามารถในการชาร์ไฟเพียง 2 นาทีเท่านั้น แบตก็ขึ้นมาถึง 70% ตะลึงกันเลยสิท่า ดูจากข่าวนี้คงจะสร้างความยินดีให้กับผู้ที่นิยมใช้สมาร์ทโฟนเป็นแน่ วันนี้จึงมีภาพและบทความตัวอย่างมาให้ได้ลองอ่านกันดู เผื่อใครจะเก็บหอมรอมริม พอสินค้าเปิดตัวจะได้ไปจับจ่ายมาไว้ใช้ส่วนตัวได้ทันท่วงที




เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2557 เว็บไซต์ phonearena.com ได้เปิดเผยเซลล์แบตเตอรี่ชนิดใหม่ที่คิดค้นโดยมหาวิทยาลัย Nanyang Technology ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเซลล์แบตเตอรี่ดังกล่าวสามารถชาร์จไฟได้ถึง 70% ภายในเวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 20 ปีเลยทีเดียว ด้วยการใช้วิธีเร่งปฏิกิริยาทางเคมีภายในเซลล์ของแบตเตอรี่

เซลล์แบตเตอรี่ดังกล่าวใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์เป็นขั้วแอโนด แทนที่จะใช้กราไฟต์เหมือนกับแบตเตอรี่ทั่วไปที่ใช้กันในปัจจุบัน ซึ่งมีผลให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น โดยสามารถชาร์จได้ถึง 10,000 ครั้ง จากปกติที่สามารถชาร์จได้ 500 ครั้ง นอกจากนี้ไทเทเนียมไดออกไซด์ที่ใช้นั้นยังมีราคาถูกและผลิตได้ง่ายกว่า เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตนั้นสามารถหาได้ทั่วไปในดิน และถูกใช้ในเป็นสารปรุงแต่งอาหารหรือใช้เป็นตัวดูดซึมลำแสง UV ในสารกันแดด โดยใช้วิธีแปลงไทเทเนียมไดออกไซด์จากรูปทรงกลมให้เป็นท่อที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ถึงพันเท่า ทำให้ปฏิกิริยาทางเคมีทำงานได้เร็วขึ้น


Credit : http://men.kapook.com/view101826.html

เขียนโดย จุฑารัตน์ เพ็ญเขตรกิจ 56119400086 Sec B1

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ภัยจากโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของร่างกายเนื่องจากผลิตอินซุลินไม่เพียงพอ ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดสูง ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรงเบาหวานแบ่งได้เป็น 2 ประเภท
ประเภทที่ 1. เกิดจากภูมิต้านทานทำลายเซลล์ซึ่งสร้างอินซูลิน ทำให้ตับอ่อนหยุดสร้างอินซุลิน ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานประเภทนี้ต้องฉีดสารอินซุลิน
ประเภทที่ 2. เกิดจากพันธุกรรม ทำให้ตับอ่อนผลิดอินซูลินทำงานผิดปกติ ทำให้ดื้อต่ออินซูลิน
อาการเบื้องต้นของเบาหวาน1. กระหายน้ำ
2. อ่อนเพลีย
3. เบื่ออาหาร
4. สายตาพร่ามองไม่ชัด
5. ปัสสาวะกลางคืนบ่อย

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

1.สายตา อาจทำให้ตามองพร่า จุดดำลอยๆ หรือทำให้ตาบอดได้2.ไต อาจเกิดสภาวะไตวาย3. ระบบประสาท เกิดอาการชาปลายมือปลายเท้าบ่อยๆ เพราะหลอดเลือดที่มาเลี่้ยงระบบประสาทหยุดทำงานทำให้เกิดอาการชา4.หลอดเลือดหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เหนื่อยง่าย หรืออาจทำให้ตายได้จากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ5.หลอดเลือดสมอง ทำให้หลอดเลือดสมองทำงานหนัก เมื่อเกิดอาการเครียด อาจทำให้หลอดเลือดสมองแตกตายได้

นาย นพดล ศาลากิจ 56119400093 B1

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

เคล็ดลับผิวขาวกระจ่างใสไร้สิว


เคล็ดลับผิวขาวกระจ่างใสไร้สิว ทุกคนล้วนสนใจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็ต้องการมีใบหน้าขาวใส เพราะใครๆก็คงอยากมีผิวขาวใสเนียนนุ่มกันอยู่แล้ว แต่วิธีทำให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างทันที ถ้าไม่ฉีดกลูต้าหรืออัดวิตามินเพื่อผิวขาวใส หรือทาครีมบำรุงผิวยี่ห้อดังราคาแพงแล้ว จะยังมีวิธีทำให้ผิวขาวกระจ่างใสที่ปลอดภัยกับเราเต็ม 100% แบบธรรมชาติอยู่อีกไหม ถ้าใครกำลังมองหาเคล็ดลับเพื่อผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอยู่ เรามี 5  เคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถทำได้ทุกคน ดังต่อไปนี้….
1.     น้ำมะนาวเคลียร์ผิว ปัญหาสิวหายเกลี้ยง
น้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก มีคุณสมบัติกำจัดเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของปัญหาสิวได้อยู่หมัดอยากเคลียร์ผิวให้กระจ่างใสไร้สิว สามารถใช้น้ำมะนาวทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า  และใช้น้ำมะนาวมาส์กหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์
2.   กินอย่างถูกต้อง
อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวัน มีส่วนสำคัญกับสุขภาพผิวมากกว่าการบำรุงผิวภายนอกซะอีก และหากเราไม่อยากมีผิวหมอง มีริ้วรอย และสิว ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง นอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังเป็นผลเสียกับผิวเราอีก
3.     โปะน้ำแข็งลดเม็ดสิว
ใช้น้ำแข็งก้อนสะอาดประคบเม็ดสิว (มีข้อแม้ว่า สิวเม็ดนั้นต้องเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ ที่หัวสิวยังไม่เปิด) สักพัก ความเย็นของน้ำแข็งจะช่วยหยุดอาการอักเสบของสิวสิวก็จะมีขนาดเล็กลง รอยแดงก็จะดูจางลงไป
4.      ว่านหางจระเข้ปราบสิว
หลายคนอาจจะรู้จักสรรพคุณของว่านหางจระเข้ในเรื่องของการรักษาผิวไหม้จากแดด แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เจลใส ๆ ของว่านหางจระเข้ก็มีสารต้านอาการอักเสบ ซึ่งสามารถรักษาสิว และสมานรอยแผลเป็นจากสิวได้อีกด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้ใช้เจลว่านห่างจระเข้สด ๆ แทนว่านหางจระเข้สกัด เพื่อหลีกเลี่ยงสารเจือปนที่อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้
5.      ดื่มน้ำ
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ จะทำให้ผิวขาวกระจ่างใส เพราะน้ำสะอาดจะช่วยชะล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย ทำความสะอาดเซลล์ผิวของเราได้ดีอีกทางหนึ่งเลยทีเดียว อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ดื่มน้ำสะอาดไม่ต่ำกว่า 8 แก้วต่อวัน


น.ส.วิภาภรณ์   ระจิตรัตนะ  56119400084 B1

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

มะกรูด สมุนไพรคู่ครัวไทย



      ประโยชน์ของมะกรูดมีมากมาย ทั้งนำมาประกอบอาหารแล้วยังสามารถนำมาเป็นยารักษาได้อีกด้วย อยากรู้ว่ามะกรูดมีดีอย่างไรบ้างมาดูกันเลย

1. ราก
    มีรสจืดเย็น สามารถช่วยแก้อาการไข้ ถอนพิษสำแดง แก้ลมจุกเสียด กระทุ้งพิษไข้ แก้พิษฝีภายใน และช่วยอาการเสมหะเป็นพิษ

2. ผิว
    สามารถช่วยแก้อาหารนอนไม่หลับได้ เป็นยาบำรุงหัวใจ ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ และช่วยขับลมในลำไส้


3. ใบ
     สามารถช่วยแก้ไอ แก้อาการอาเจียนเป็นเลือด ช่วยแก้อาการช้ำใน และใบมะกรูดยังอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งและช่วยต่อต้านมะเร็งได้
 
4. ผล
    สามารถช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ ช่วยฟอกโลหิต ช่วยแก้อาการปวดท้อง นอกจากนี้น้ำจากผลมะกรูดยังสามารถใช้แก้อาการเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

     ประโยชน์ของมะกรูดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ ผลมะกรูดที่เราไม่ได้นำมารับประทานโดยตรงนั้นยังสามารถนำมาใช้ในการไล่ยุงและดับกลิ่นได้ รวมทั้งน้ำมะกรูดก็สามารถนำมาใช้ในการช่วยบำรุงผมให้เงางามได้อีกด้วย

       ถึงแม้มะกรูดจะเป็นพืชสมุนไพรที่ มีประโยชน์แต่ถ้าหากใช้น้ำมันมะกรูดสัมผัสกับผิวโดยตรง เมื่อไปถูกแสงแดดก็อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้แสงแดดจนกลายเป็นแผลไหม้ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย หากนำน้ำมะกรูดมาสัมผัสกับผิวแล้วล่ะก็ ภายในสี่ชั่วโมงไม่ควรให้บริเวณที่โดนน้ำมะกรูดถูกแสงแดดค่ะ

ที่มาข้อมูลเสริม : http://health.kapook.com/view97811.html

น.ส.พรพิมล สุขเกษม 56119400098 B1

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

กินของหวาน อย่างไรไม่ให้อ้วน

ของหวาน

   กินของหวาน อย่างไรไม่ให้อ้วน 

- ของหวาน เป็นที่ชื่นชอบของทุกเพศ ทุกวัยซึ่งทุกคนขาดหวานไม่ได้ แต่การที่เราจะกินไม่ให้อ้วนนั้น ควรมีเคล็บลับดีๆ ดังนี้

1. ควรรู้ปริมาณแคลอรี่ ของขนมหวานที่เรากิน ในขนมนั้นมีปริมาณเท่าไหน โดยดูได้จากฉลากข้อมูลข้างกล่อง ทั้งนี้ควรเลือกกินหรือซื้อขนม ชนิดที่มีไขมันส่วนประกิบน้อยที่สุด

2. ลดน้ำตาล ครีม ออกจากขนมก่อนกิน เช่น เกลี่ยวิปครีมที่อยู่หน้าไอศกรีมออก หรือไม่ใส่มาในไอศกรีม จะลดพลังงานได้ 160 แคลอรี่

3. ควบคุมการกิน กินอย่างละนิดพอให้รู้รสชาติ เช่น คุ้กกี้ 1-2 ชิ้น , ไอศกรีม 1ลูก คุณจะได้ชิมรสชาติได้ทั้งหมดโดยได้แคลอรี่แค่เพียงครึ่งเดียว

4. หลังกินเสร็จอย่านั่งอยู่กับที่ ควรเดินให้ย่อย ป้องกันไม่ให้ไขมันสะสม

5.  ควรออกกำลังกายช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ดี ก่อนและหลังออกกำลังกายควรดื่มชาเขียวร้อนหรือน้ำอุ่นเพื่อเสริมควบคู่ไปด้วยกัน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง


น.ส.กัลยา  บุญประเสริฐ 56119400083 B1

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS