แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ด้าน IT (Information Technology) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ด้าน IT (Information Technology) แสดงบทความทั้งหมด

Oppo เปิดตัว Oppo R5 สมาร์ทโฟน 64 บิต บางที่สุดในโลกแค่ 4.85 มม.


     Oppo เปิดตัว Oppo N3 สมาร์ทโฟนกล้องหมุนได้ รุ่นใหม่แล้ว Oppo R5 เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นการออกแบบ และวัสดุพรีเมียม ในรุ่นนี้อัพเกรดตัวเองเป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลก ด้วยความบางเพียง 4.85 มม. เท่านั้น และยังเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของ Oppo ที่รองรับ 64 บิตอีกด้วย Oppo R5 เปิดราคามาที่ 499$ หรือประมาณ 14,900 บาท แต่ยังไม่แจ้งวันวางขาย


     Oppo R5 มาพร้อมกับฟีเจอร์กล้องในระดับเดียวกับรุ่นท็อปอย่าง Oppo Find 7 ทั้งโหมด Ultra-HD ถ่ายภาพความละเอียด 50 เมกะพิกเซล,  After Focus ถ่ายก่อนโฟกัสทีหลัง รวมถึงมีอุปกรณ์เสริม O-Music สำหรับควบคุมเพลงแบบไร้สาย และใช้ถ่ายภาพได้ด้วย
สเปค Oppo R5
  • สี : Silver, Gold
  • ขนาด : 148.9 × 74.5 × 4.85 mm
  • น้ำหนัก : 155 g
  • ระบบปฏิบัติการ : ColorOS 2.0, based on Android 4.4
  • หน่วยประมวลผล : 1.5GHz Qualcomm Snapdragon 615 Octa-Core (MSM8939)
  • GPU : Adreno 330
  • RAM : 2 GB
  • ความจุ : 16GB
  • แบตเตอร์รี่ : 2000 mAh Li-Po battery with Rapid Charge
  • SIM Card : Micro SIM
  • ขนาดหน้าจอ : 5.5-inch
  • ความละเอียด : Full HD (1920 x 1080 pixels), 423 PPI AMOLED 16 million colors
  • กล้องหลัง : 13 ล้านพิกเซล Sony Exmor IMX214 BSI sensor
  • กล้องหน้า : 5 ล้านพิกเซล front-facing 83 degree wide angle lens
  • Flash : f/2.0 for both cameras
  • Scene modes : Normal, Ultra-HD, Colorful Night, Slow Shutter, Expert Mode, Beautify, HDR, Panorama, Audio Photo, GIF, Double Exposure, Raw, Super Macro, After Focus
  • ฟีเจอร์อื่นๆ : ถ่ายวิดีโอได้ระดับ 4K @ 30 fps, 1080p video @ 60 fps, 720p slow motion video @120 fps
  • อื่นๆ : SB OTG, Bluetooth 4.0, 5G Wi-Fi 802.11 b/g/n/a, Wi-Fi Direct, GPS
  • แบตเตอรี่จุ 2000 mAh รองรับการชาร์จไว VOOC


    ที่มาข้อมูล : http://www.1000tipsit.com/oppo-launched-oppo-r5-smart-phone-64-bit/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

Microsoft อัพเกรดให้บริการพื้นที่บน OneDrive แบบไม่จำกัดจากเดิม 1TB สำหรับผู้ใช้บริการ Office 365 แล้ววันนี้

     เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ ได้ประกาศข่าวดีสำหรับผู้ใช้ Office 365  จะได้รับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Cloud Storage)  บน OneDrive  แบบไม่จำกัด จากเดิม 1TB  โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด  เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  โดย ลูกค้ากลุ่มแรกที่จะได้รับสิทธิ์นี้ คือ ผู้ใช้บริการแพ็กเกจ Office 365 Home, Personal และ University สำหรับผู้ใช้บริการแพ็กเกจแบบ OneDrive for Business  สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Office 365 roadmap website โดยจะมีการทยอยอัพเดทในปี 2015

FB_20141031_09_07_55_Saved_Picture

     การประกาศเพิ่มพื้นที่แบบไม่จำกัดในครั้งนี้  นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ OneDrive  โดยไมโครซอฟท์เชื่อว่าบริการ Cloud Storage จะมอบประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อสามารถเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์และ ประสานความร่วมมือระหว่างกันได้ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว   ก้าวดังกล่าวเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการใช้งานทั้งในเรื่องชีวิตส่วนตัวและ การทำงานเพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถที่จะจัดเก็บ ซิงก์ แชร์ และทำงานร่วมกันผ่านทั้งไฟล์สำคัญต่างๆ รูปภาพ หรือวิดีโอได้อย่างง่ายดาย และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เข้มงวดที่สุด
ไมโครซอฟท์ ยังคงเดินหน้าในการทำให้ OneDrive กลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage)  และเป็นส่วนหนึ่งของบริการที่ดีสุดสำหรับผู้ใช้บริการ Office 365  อีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดสามารถเข้าไปดูได้ที่บล็อกของ OneDrive  และ  Office


ที่มาข้อมูล : http://www.itday.in.th/microsoft-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

Microsoft เปิดตัว Microsoft Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะ

     วงการ Smart Watch เหมือนจะมีคู่แข่งดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ หลังจากล่าสุด Microsoft ได้เปิดตัว Microsoft Band ลงตลาดเป็นสายรัดข้อมืออัจฉริยะที่สามารถตรวจจับกิจกรรมของผู้ใช้ไม่ว่าจะ เดิน นอน วิ่ง รวมถึงตรวจจับการเต้นของหัวใจได้ด้วย สิ่งที่เหนือกว่า Smart Band ของบางเจ้าเห็นจะเป็นการที่มันมีหน้าจอสามารถดูเวลาได้ด้วย จึงเลือกยากอยู่เหมือนกันว่าจะให้มันเป็น Smart Band หรือ Smart Watch กันแน่

MicrosoftBand_Phone_RunMappingUI_RGB-2040.0

     ความน่าสนใจของ Microsoft Band อยู่ที่มันมีหน้าจอแจ้งเตือน Notification ได้เหมือน Smart Watch แต่ การใช้งานหลักๆของมันจะเน้นไปที่ Fitness Tracker เสียมากกว่า(นับก้าวเดิน นับการเต้นหัวใจ ฯลฯ) หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่าเราคาค่อนข้างสูงทีเดียวเพราะ 199 เหรียญ(ราว 6,500) ถือเป็นราคาที่เลือกซื้อ Smart Band ตัวท๊อปของค่ายอื่นได้เลย แต่กลับกันมันก็ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับ SmartWatch เจ้าอื่นๆ จึงทำให้มันอยู่ตรงกลางระหว่าง Smart Band และ Smart Watch ไปโดยปริยาย

Microsoft_Band_Hero_2-2040.0

     Microsoft Band เริ่มวางจำหน่ายแล้วสามารถไปหาซื้อได้ที่อเมริกาในราคา 199 เหรียญ


ที่มาข้อมูล :  http://tech.mthai.com/gadget/43460.html

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

YouTube สนับสนุนวีดิโอความเร็ว 60 fps แล้ว

2014-10-30_110115

     ล่าสุดทางเว็บไซต์ YouTube สนับ สนุนความเร็วการเล่นวีดิโอในระดับ 60 fps เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ประกาศไว้เมื่อต้นปี โดยเพื่อนๆ สามารถใช้ฟังก์ชั่นนี้ผ่านบราวเซอร์ Chrome ได้ เท่านั้น โดยจะมีให้บริการในความละเอียดระดับ 720p ขึ้นไปเท่านั้น เมื่อลองชมเปรียบเทียบกับความเร็วระดับทั่วไปแล้ว 
     ลองไปชมคลิปตัวอย่างจากเกมส์ Mario Kart 8  ดูได้เลย (สามารถคลิกปรับได้ที่ Setting ในหน้าเว็บ youtube)
วิดีโอประกอบจาก Youtube
 
 ที่มาข้อมูล : http://news.thaiware.com/5116.html

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

กระแส IOS 8 Apple



แหล่งที่มา ::: http://www.youtube.com/watch?v=NskFt5Ivufk
รายการ ::: Good Morning Thailand (18 ต.ค.57) Morning XTrend ข่าวไอทีรอบสัปดาห์ ช่อง Mono29

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

เอซุส ปล่อยอัพเดต Android 4



เอซุส ปล่อยอัพเดต
Android 4.4 Kitkat ให้ ZenFone แล้วอย่างเป็นทางการ ลูกเล่นใหม่เพียบ

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนของเอซุสตระกูล ZenFoneล่าสุดทางผู้ผลิตได้ปล่อยอัพเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยส์ออกมาให้อัพ เดตกันได้แล้วแบบ OTA (Over-The-Air)

โดยการอัพเดตในครั้งนี้ จะมาพร้อมกันทั้ง ZenFone 4, และ รายละเอียดสำคัญของการอัพเกรด ASUS ZenUI KitKat 
1.               อัพเกรดเป็น Android 4.4 KitKat
2.               ฟีเจอร์ใหม่
1.               เพิ่มโหมด Do Not Disturb
2.               ระบบจะเลือก SIM card อัตโนมัติในการโทรกลับ (สำหรับรุ่น dual SIM เท่านั้น)
3.               Full dual standby with two SIM cards (สำหรับรุ่น dual SIM เท่านั้น)
4.               Filter effects สำหรับวีดีโอ
3.               พัฒนาประสิทธิภาพ Miracast และรองรับ DLNA protocol
4.               ปรับปรุงการทำงานของแบตเตอรี่
การปรับปรุงและพัฒนาระบบ
System
  • เพิ่มปุ่ม Quick Setting ใหม่ : Do Not Disturb mode
  • ปรับแอปพลิเคชั่น Quick Tool Box
  • ปรับปรุง Easy Mode: Contacts, Call Log, Dialer และ Messaging สามารถใช้งานใน Easy Mode
  • ปรับปรุง ASUS ZenUI Launcher: สามารถแสดง Missed calls, unread e-mails และ unread messages จาก VIP contacts
Phone & Messaging
  • เพิ่มโหมด Do Not Disturb
  • ระบบจะเลือก SIM card อัตโนมัติในการโทรกลับ (สำหรับรุ่น dual SIM เท่านั้น)
  • Full dual standby with two SIM cards (สำหรับรุ่น dual SIM เท่านั้น)
Camera and Photo editing
  • สามารถเปิด Image Stabilization ขณะมือสั่นโดยอัตโนมัติ
  • Filter effects สำหรับวีดีโอ
พัฒนา ASUS Gallery
  • ปรับปรุงการแสดงผลแนวนอนในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
  • เพิ่มฟีเจอร์ MicroFilm
  • เพิ่มฟีเจอร์ video rotation
Applications
  • ฟีเจอร์ใหม่: Data Transfer ช่วยให้สามารถโอนถ่ายข้อมูลจากอุปกรณ์อื่นสู่ผลิตภัณฑ์เอซุสได้อย่างง่ายดาย
  • Omlet Chat เพิ่ม “Bbbler Actors” emoticons
  • เพิ่มฟีเจอร์ PC Link และ Remote Link (ZenFone 4)
  • FM Radio ค้นหาสถานีโดยอัตโนมัติ, ค้นหาคลื่นด้วยตนเอง, รองรับ Program Service & Radio Text of RDS
  • เพิ่ม live wallpaper – MyWater (ZenFone 5 และ ZenFone 6)
What’s Next
  • รองรับฟอแมต 24-hour
  • สามารถปรับแต่ง widget transparency
  • ปัดหน้าจอเพื่อ skip cards
  • เพิ่มปุ่ม Quick Action สู่การแจ้งเตือน What’s Next
Flip Cover
  • เพิ่ม Calendar reminder

 ข้อมูลสำคัญ


1.               เมื่ออัพเกรดเป็น Android 4.4 แล้ว บริการในโซเชียลและคลาวน์บนแอปพลิเคชั่นของเอซุสจะถูกแทนที่โดย ASUS ZenUI Service ซึ่งคุณจะถูกขอให้อนุญาต ASUS ZenUI Service เข้าถึงและรวบรวมข้อมูลของคุณใน ASUS Gallery, ASUS Music, ASUS File Manager, ASUS Contacts และ ASUS Calendar
2.               การตั้งค่าใน ASUS Gallery จะถูกคืนค่าดั้งเดิมหลังจากอัพเกรด
3.               การอัพเกรดจะไม่ลบข้อมูลของคุณ แต่ควรสำรองข้อมูลของคุณก่อนการอัพเกรดไว้อยู่เสมอ
4.               เนื่องจากไฟล์มีขนาดใหญ่ ควรอัพเกรดผ่าน Wi-Fi
5.               หากมีข้อสงสัยในการอัพเกรด โปรดติดต่อศูนย์บริการเอซุส
เมื่อ ZenFone ของท่านได้รับการอัพเกรดเป็น ASUS ZenUI KitKat แล้ว จะสามารถสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการประมวลผลที่ดีขึ้น สามารถจัดการ RAM ให้เหลือใช้งานหลายๆ แอปฯพร้อมกันได้อย่างสบายๆ เพิ่มลูกเล่นต่างๆที่น่าสนใจ เช่น โหมด Do Not Disturb ที่จะช่วยให้ค่ำคืนการนอนหลับที่แสนสบายของคุณไม่ถูกรบกวน และ Filter effects สำหรับวีดีโอ ที่ช่วยให้การบันทึกภาพเคลื่อนไหว สนุกสนาน ได้อารมณ์กว่าที่เคย การโอนถ่ายข้อมูลจากอุปกรณ์อื่นสู่ผลิตภัณฑ์เอซุสทำได้ง่ายขึ้นด้วย Data Transfer นอกจากนี้ PC Link ยังสามารถใช้งานใน ZenFone 4 เพื่อต่อจอแสดงผลกับคอมพิวเตอร์ได้สะดวกขึ้น รวมไปถึงฟีเจอร์และโหมดต่างๆที่เพิ่มเข้ามาอย่างมากมาย

Android 4.4 KitKat จะช่วยให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับคุณสมบัติที่มีประโยชน์ใหม่ๆ เช่น ความสามารถในการโทรและค้นหาเสียงอย่างชาญฉลาด, ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานมัลติทาสกิ้ง, เพิ่มประสิทธิภาพของ RAM, อินเตอร์เฟซที่เรียบง่าย, โหมดการถ่ายภาพใหม่แบบ HDR+ และคุณสมบัติอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมี ZenUI ที่รวบรวมลูกเล่นพิเศษจากเอซุสที่มีมากกว่า 1,000 อย่าง โดยปรับปรุง ให้ใช้งานง่าย ทันสมัย​  ทำให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสการจัดการที่น่าสนใจ เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

แหล่งที่มา : 
http://news.thaiware.com/5012.html

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

บทเรียนราคาแพงของ Baidu



รอบเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ประเด็นร้อนที่สุดในวงการไอทีไทยคงหนีไม่พ้นผลิตภัณฑ์
Baidu PC Faster ก่อนอื่นผมต้องเล่าที่มาที่ไปสักเล็กน้อยครับ Baidu หรือ ไป่ตู้เป็นบริษัทไอทีรายใหญ่จากประเทศจีน เติบโตมาจากการทำเว็บค้นหาภาษาจีน และประสบความสำเร็จจนกลายเป็นเว็บเบอร์หนึ่งของประเทศจีน (เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่กูเกิลเจาะไม่เข้า) เมื่อ Baidu ประสบความสำเร็จจากระบบค้นหา ก็ได้เวลาแตกลูกแตกหลานผลิตภัณฑ์มากมาย ส่วนใหญ่เป็นบริการบนเว็บลักษณะเดียวกับกูเกิล แต่บริษัทก็ทำซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมที่ติดตั้งลงบนพีซีหลายตัว เช่น Baidu Browser, Baidu Antivirus เป็นต้น แถมภายหลังก็หันไปทำซอฟต์แวร์บนมือถือ โดยดัดแปลงระบบปฏิบัติการ Android ในชื่อใหม่ว่า Baidu Yi อีกด้วย นอกจากนี้ Baidu ยังเริ่มขยายกิจการออกมานอกประเทศจีนกับเขาบ้าง และหนึ่งในประเทศเป้าหมายของ Baidu คือ ประเทศไทยของเรานี่เองครับ ยุทธศาสตร์การทำตลาดไทยของ Baidu ไม่ได้เริ่มจากเว็บค้นหา (เหตุผลหลักคงเป็นเรื่องภาษา และบ้านเราเป็นประเทศที่กูเกิลเข้มแข็งมาก) แต่เริ่มจากเว็บพอร์ทัลชื่อ Hao123 และซอฟต์แวร์ช่วยปรับแต่งประสิทธิภาพพีซี Baidu PC Faster

ปัญหาของ Baidu คือกลยุทธ์ด้านการตลาดในไทยใช้วิธีค่อนข้าง ยัดเยียดให้ใช้บริการของตัวเอง เช่น แถมโปรแกรม PC Faster หรือตัวช่วยพาเข้าเว็บ Hao123 มากับโปรแกรมแจกฟรีชื่อดังหลายๆ ตัว ถ้าตอนติดตั้งโปรแกรมแล้วผู้ใช้ไม่ค่อยระวัง ก็จะได้ PC Faster หรือ Hao123 มาโดยไม่ตั้งใจพอได้โปรแกรมตัวใดตัวหนึ่งในสองตัวข้างต้นมาแล้ว การลบออกจากเครื่องก็ไม่ง่าย ไม่สามารถกดปุ่ม Uninstall ตามปกติแล้วจบ เพราะโปรแกรมของ Baidu ฝังตัวเองแนบแน่นเข้ากับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และต้องใช้วิธีพิเศษในการถอนโปรแกรมออกจากเครื่องแบบหมดจด (รายละเอียดมีเยอะคงไม่กล่าวถึงในที่นี้ มีคนเขียนคู่มือและวิธีการไว้เยอะแล้ว ค้นหาเองได้ไม่ยากนะครับ) นอกจากนี้ ในกรณีของโปรแกรม Baidu PC Faster ยังมีผู้ใช้งานชาวไทยจำนวนหนึ่งรายงานว่า การติดตั้งโปรแกรมนี้ทำให้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์รวน เพราะ PC Faster เข้ามาปรับแต่งค่าของระบบ (เพื่อให้ประสิทธิภาพดีขึ้น) จนระบบเพี้ยน อันนี้ผมลองแล้วยังไม่เจอกับตัวเอง แต่ก็คิดว่าเหตุผลเป็นเพราะค่าคอนฟิกของวินโดวส์ในแต่ละเครื่องมีโอกาสแตก ต่างกันเยอะมาก ตามพฤติกรรมและโปรแกรมที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง ดังนั้น มีโอกาสสูงที่ Baidu จะไม่เข้าใจค่าบางตัวจากโปรแกรมบางประเภท พอไปปรับเปลี่ยนค่าพวกนี้ย่อมทำให้เครื่องทำงานเพี้ยน เมื่อโปรแกรมของ Baidu มีปัญหาในเชิงการทำงาน และบริษัทใช้กลยุทธ์การแจกจ่ายโปรแกรมที่ค่อนข้าง บุกรุกคุกคามคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ปัจจัยพวกนี้สะสมกันมากๆ เข้า เลยพลอยให้ภาพลักษณ์ของ Baidu เรียกได้ว่า เละไปแล้วในหมู่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ชาวไทยจำนวนไม่น้อย (ลอง search คำว่า Baidu ในพันทิป หรือเว็บไซต์ไอทีหลายๆ แห่งดูได้ครับ) เท่าที่ผมลองประเมินดู หลังมีกรณี PC Faster แล้ว ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยให้คุณค่ากับแบรนด์ Baidu ในทางติดลบอย่างรุนแรง ชนิดว่า Baidu ออกผลิตภัณฑ์อะไรมาอีก (ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ PC Faster หรือ Hao123 เลย) ก็จะถูกตั้งแง่ไว้ก่อนว่า ทำเครื่องพังหรือ ยัดเยียดอีกหรือเปล่า เรื่องนี้ถือว่าน่าเสียดายมากนะครับ เพราะ Baidu ไม่ใช่บริษัทไก่กาที่ไหน แต่เป็นเว็บค้นหาอันดับหนึ่งของจีน มีรายได้ปีละเป็นหมื่นล้านหยวน แถมยังเป็นบริษัทมหาชนที่ขายหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของอเมริกา การสร้างแบรนด์ของบริษัทเหล่านี้ให้คนรู้จักและยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สถานะตอนนี้ของแบรนด์ Baidu ในไทยกลับเสียหายไปมาก เพราะกลยุทธ์การตลาดของผลิตภัณฑ์แค่บางตัวเท่านั้นเอง


ผมยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่า Baidu จะกู้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ในหมู่ผู้ใช้ชาวไทยกลับมาได้อย่างไร (คงต้องเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์) ตรงนี้ก็ได้แต่หวังว่า Baidu จะรีบปรับเปลี่ยนนโยบายการทำตลาดของตัวเอง และกลับมาเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้งานชาวไทยได้สำเร็จครับ

แหล่งที่มา : 
http://www.thairath.co.th/content/441541

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

เทคนิคง่ายๆ ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน



เดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาในปัจจุบัน มักออกแบบมาไม่ให้ผู้ใช้ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ หากแบตเตอรี่เสื่อม ต้องส่งเข้าศูนย์ซ่อมอย่างเดียว ดังนั้นเราควรถนอมดูแลแบตเตอรี่กันให้ถูกวิธี เพื่อให้มันอยู่กับเราได้นานที่สุดตามอายุการใช้งานของมัน หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าพฤติกรรมที่ทำอยู่อาจทำให้แบตเตอรี่ของเราเสื่อมอายุ การใช้งานรวดเร็วกว่าที่มันควรจะเป็น ลองดูข้อมูลใน Infographic ด้านล่างนี้ แล้วเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้งานของเราดูนะครับ รับรองว่าสมาร์ทโฟนของเราจะไม่มีปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมก่อนเวลาอันควรอย่าง แน่นอน อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมมีวันเสื่อมถอยตามอายุการใช้งานของมัน ไม่ว่าจะถนอมแบตเตอรี่ขนาดไหนมันก็จะเริ่มเก็บพลังงานได้น้อยลงภายในระยะ เวลา 2-3 ปี ตามลักษณะการใช้งานของเรา ถึงเวลานั้นก็คงต้องพาเครื่องไปเข้าศูนย์เปลี่ยนแบตเตอรี่เท่านั้นครับ

แหล่งที่มา :  
  http://news.thaiware.com/4928.html


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ตำรวจดูไบเตรียมเท่ สวม Google Glass สืบคดี


        ตำรวจดูไบทำเก๋ เตรียมดึง Google Glass มาใช้สืบสวนคดี หวังพึ่งเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition Technology) ช่วยวิเคราะห์ใบหน้าผู้ต้องสงสัย หรือบุคคลที่ทางการต้องการตัว
     
       ความสามารถของกูเกิลกลาสเป็นที่ต้องตาตำรวจดูไบขึ้นมาแล้ว โดยเทคโนโลยีพื้นฐานของแว่นที่มีการติดตั้งจอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ด้านมุม บน และตัวแว่นที่สามารถถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ และเล่นไฟล์เสียงได้นั้น ได้ทำให้หน่วยงานอย่าง Dubai Police สนใจ และหวังนำมาช่วยลดปัญหาด้านอาชญากรรม
     
       โฆษกของ Dubai Police ได้ออกมายืนยันถึงความคืบหน้าดังกล่าวผ่านทางสำนักข่าวรอยเตอร์ โดยระบุว่า มีการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับใช้ร่วมกับแว่นกูเกิลกลาสโดยทีมของ Dubai Police ที่ช่วยเชื่อมต่อฐานข้อมูลของบุคคลที่ทางการกำลังต้องการตัว เข้ากับแว่นของกูเกิล เพื่อให้ตำรวจที่สวมแว่นดังกล่าวสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้ โดยระบบจะทำการเตือนให้เจ้าหน้าที่ทราบทันทีหากมันสามารถตรวจจับบุคคลต้อง สงสัยที่มีในฐานข้อมูลได้ผ่านเทคโนโลยีดังกล่าว
     
       สำหรับการใช้งาน ในระยะแรกจะนำไปใช้ในด้านการละเมิดกฎหมายจราจร ส่วนระยะที่สอง จะพัฒนาเทคโนโลยีให้นำไปใช้ในการสืบสวนคดี
     
       ในโลกการ์ตูนสืบสวนอาจมีตัวเอกอย่างโคนัน หรือคินดะอิจิ แต่ในโลกแห่งเทคโนโลยี นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ Wearable Tech เข้ามารับบทผู้ไขคดีต่างๆ ก็เป็นได้


แหล่งที่มา :  
http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9570000114649


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

10 สุดยอดโปรแกรมป้องกันไวรัส ฟรี!



1. Kaspersky Free Antivirus

          Kaspersky
โปรแกรมป้องกันไวรัสที่หลายคนคุ้นเคยและได้รับความนิยมในเรื่องของการ ป้องกันไวรัสที่มีคุณภาพ Kaspersky ถือเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีฟีเจอร์การทำงาน ครอบคลุมการปกป้องคอมพิวเตอร์จากไวรัส ด้วยคุณสมบัติป้องกันแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัส, สปายแวร์, มัลแวร์ , โทรจัน, เวิร์ม, rootkist, botnets เป็นต้น และเสริมความแข็งแรงด้วยฟีเจอร์ Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์ สามารถไปดาวน์โหลด ได้ที่ Kaspersky Lab โดยโปรแกรมเป็นแบบฟรี  Trial สามารถใช้งานได้ 30 วัน 

2. Avast Free Full Antivirus

          Avast Antivirus
โปรแกรมป้องกันไวรัสอีกตัว ที่หันมาพัฒนาแอนตี้ไวรัสแบบฟรีแวร์อย่างต่อเนื่อง มาพร้อมกับคุณสมบัติป้องกันไวรัสพื้นฐานและความปลอดภัยกับการทำงานรวดเร็ว ป้องกันไวรัส สปายแวร์ และยังมีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล การรักษาความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการ 32-bit และ 64-bit

3. Norton AntiVirus 2012

          Norton
โปรแกรมป้องกันไวรัสที่โลดแล่นอยู่ในวงการแอนตี้ไวรัสมานาน ถึงแม้จะถูกผู้พัฒนาโปรแกรมป้องกันไวรัสเจ้าอื่น ๆ ยึดตำแหน่งไปครอง แต่ทาง Norton ก็ยังคงพัฒนาโปรแกรมป้องกันไวรัสของตัวเองให้ทันยุคทันสมัย เพิ่มคุณสมบัติการทำงานของโปรแกรมใหม่ ๆ เช่น เชื่อมต่อกับเฟซบุ๊กเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย จัดการมัลแวร์ที่แอบแฝงอยู่บนเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นต้น Norton ยังคงให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานทุกระดับ หากสนใจสามารถดาวน์โหลด Norton AntiVirus 2012 เวอร์ชั่นล่าสุดแบบ  Trial ทดลองใช้งาน 30 วัน

4. Microsoft Security Essentials

          Microsoft Security Essentials
หรือ MSE โปรแกรมป้องกันไวรัสหน้าใหม่จากไมโครซอฟท์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน และกลายเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสยอดนิยมเพราะเป็นฟรีแวร์ที่แจกจ่ายฟรีไม่มี ข้อผูกมัด  คุณสมบัติต่าง ๆ ของ Microsoft Security Essentials ก็ไม่ได้น้อยหน้าโปรแกรมป้องกันไวรัสเจ้าอื่น ๆ มาพร้อมกับการปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจากไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์และอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายด้วยการรักษาความปลอดภัยและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ




5.
AVG Free Anti-Virus

          AVG
โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ดีอีกตัวนึงในตลาดโปรแกรมป้องกันไวรัส ด้วยความไว้วางใจจากผู้ใช้งาน 98 ล้านคนทั่วโลก AVG มีการพัฒนาที่ทันสมัยอยู่เสมอและที่สำคัญเป็นโปรแกรมฟรีแวร์ ที่แจกจ่ายให้ใช้งานกันแบบฟรี ๆ สำหรับคุณสมบัติการป้องกันไวรัสเรียกได้ว่าครอบคลุมการทำงาน ช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้ห่างไกลไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์ รวมไปถึงตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยการใช้งานเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์

6. Comodo Free Antivirus

          Comodo Antivirus
ถือเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีรางวัลการันตีการป้องกันไวรัสที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานโดยออก Comodo Free Antivirus เป็นโปรแกรมฟรีแวร์แต่มาพร้อมกับคุณภาพและคุณสมบัติการป้องกันไวรัส ไม่ว่าจะเป็น ไวรัส โทรจัน สปายแวร์ และ Firewall ที่แข็งแกร่ง การรักษาความปลอดภัยที่แข็งแรง หากกำลังมองหาโปรแกรมป้องกันไวรัสที่พร้อมไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ แบบตัวเดียว Comodo Antivirus เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม

7. McAfee Free Antivirus

          McAfee
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในซอฟต์แวร์รักษาความ ปลอดภัยและเป็นโปรแกรมป้องไวรัสที่มีคุณสมบัติโดดเด่นที่ทำให้การป้องกัน ไวรัส สแกนรักษาความปลอดภัยที่น่าสนใจ ด้วยอินเตอร์เฟซของโปรแกรมที่ใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนจึงเลือกใช้งาน  McAfee เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัส ปกป้องข้อมูลสำคัญประจำคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเป็นแบบฟรี Trial ทดลองใช้งาน 30 วัน

8. Trend Micro Free Full version Antivirus

          Trend Micro
เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมป้องไวรัสและป้องกันสปายแวร์ที่ดีอีกตัว พร้อมกับคุณสมบัติการทำงานที่ครอบคลุมการใช้งาน สามารถทำงานร่วมกับ Windows XP/ Windows7 และ Windows Vista ได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกเหนือจากนี้แล้ว Trend Micro ก็ยังพัฒนาโปรแกรมป้องกันไวรัสสำหรับโทรศัพท์ด้วยความใส่ใจผู้ใช้งานทุกรูป แบบ โปรแกรมเป็นแบบฟรี Trial ทดลองใช้งาน 30 วัน



9.
Avira Free Antivirus

          Avira Antivirus
หรือที่รู้จักกัน คือ "ร่มแดง" เนื่องจาก โปรแกรมนี้ใช้สัญลักษณ์ ร่มแดง นั้นเอง โปรแกรมตัวนี้ถือได้ว่าเป็นซอฟต์แวร์ แอนตี้ไวรัสที่มีคุณภาพและได้รับความนิยมอย่างมาก กับประสิทธิภาพการทำงานและเทคโนโลยีชั้นสูงที่มีผู้ใช้งานทั่วโลก ความสามารถไม่ได้น้อยหน้าโปรแกรมป้องกันไวรัสเจ้าอื่น ๆ ด้วยการป้องกันไวรัสได้มากกว่า 300,000 ชนิดและมีการอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันไวรัสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และการใช้งานที่ง่ายรวมไปถึงใช้ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์น้อย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ๆ

10. BitDefender Free Edition

          BitDefender
โปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีคุณสมบัติครอบคลุมมากที่สุดทำให้การใช้งานทรัพยากร ของคอมพิวเตอร์ค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ถ้าแลกกับคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงานที่ได้นั้น ถือว่า BitDefender ทำงานได้ดีมากทีเดียว ด้วยฟีเจอร์การทำงาน รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่เข้ามาเสริมทัพ และข่าวดีก็คือ BitDefender ได้ออกโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบฟรีแวร์ มาในชื่อ BitDefender Free Edition ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการทำงานและป้องกันไวรัสขั้นพื้นฐานและมีประสิทธิภาพ ป้องกันในระดับนึง


แหล่งที่มา : 
http://men.kapook.com/view36780.html 

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS